ประวัติ เจมี่ วาร์ดี้

คล็อปป์ซูฮกวาร์ดี้เจ๋งจริงหลังยิงหงส์สองดอก     ufa1688 

     เจอร์เกน คล็อปป์ เทรนเนอร์ "หงส์แดง" หงส์แดง ทีมดังแห่งเมอร์ซี่ย์ไซด์ ออกมาซูฮก เจมี วาร์ดี ดาวยิงฟอร์มร้อน เลสเตอร์ ซิตี หลังเป็นข้างเหมา 2 ประตู และยิงลูกสุดงามยัดเยียดความปราชัยให้ "หงส์แดง" 0-2 ในศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

     ความพ่ายแพ้ดังที่กล่าวถึงแล้ว ส่งผลให้หงส์แดงอยู่ห่างจากอาร์เซน่อลทีมชั้น 4 ถึง 11 แต้ม ในขณะเลสเตอร์ นำโด่งเป็นจ่าฝูง โดยมีคะแนนทิ้งรองจ่าฝูงอยู่ 3 แต้ม และกุนซือชาวเยอรมัน ถึงกับเอ่ยปากชมพลพรรค "จิ้งจอกสยาม" รวมทั้งดาวยิงทีมชาติอังกฤษรายดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

     "สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ การที่คุณได้เห็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมของ เจมี วาร์ดี และ เลสเตอร์ บ่อยครั้งที่คุณต้องการโชคนิดหน่อยแต่มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยม สิ่งแรกเลยคือคุณต้องมีความกล้าพอที่จะทำ มันคือฤดูที่บริบูรณ์แบบของ เลสเตอร์ และซีซั่นที่วิเศษสำหรับ วาร์ดี"

     "เรามีโอกาสอย่างมากในการครอสส์บอลเข้าไป แต่หวังผลอะไรไม่ได้เลยเราผ่านบอลกันได้ดีในบางเวลา แต่จังหวะไม่พอดี บางจังหวะควรจ่ายแต่เรากลับยิง แต่นังหวะยิงเราดันจ่าย ดังนั้น ผมจึงรู้สึกไม่ดีนักเวลานี้” กุนซือด๊อยช์กล่าว

ชื่อเต็ม : เจมี่ ริชาร์ด วาร์ดี้
วันเกิด : 11 มกราคม 1987 (อายุ 27 ปี)
สถานที่เกิด : เชฟฟิลด์, ประเทศอังกฤษ
ส่วนสูง : 178 เซนติเมตร
สัญชาติ : อังกฤษ
ตำแหน่ง : กองหน้า
สโมสรปัจจุบัน : เลสเตอร์ ซิตี้

ประวัติการค้าแข้ง

สต๊อกส์บริดจ์ พาร์ค สตีลส์
     วาร์ดี้ เริ่มค้าแข้งกับทีมเยาวชนของ สต๊อกส์บริดจ์ พาร์ค สตีลส์ ในวัย 16 ปี หลังถูกปล่อยตัวมาจาก เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ เขาทำได้ดีจนถูกดันขึ้นทีมสำรอง และไปถึงชุดใหญ่ ภายใต้การคุมทีมของ แกรี่ มาร์โรว์ ในปี 2007

ฮาลิแฟกซ์ ทาวน์
     เดือนมิถุนายน 2010 วาร์ดี้ มาร่วมทีม ฮาลิแฟกซ์ ทาวน์ ของ นีล แอสพิน เขาได้เปิดฉากนัดแรกช่วงวันที่ 21 สิงหาคม 2010 พร้อมทำประตูชัยให้ทีมชนะ บักซ์ตัน 2-1 เขาประสบความสำเร็จมากด้วยการยิงไป 27 ประตู พร้อมถูกโหวตเป็นผู้เล่นแห่งปีของสโมสร
ฟลีทวู้ด ทาวน์
     หลังเริ่มซีซั่น 2011-12 และทำไป 3 ประตู จาก 4 นัดกับ ฮาลิแฟกซ์ วาร์ดี้ ก็ถูก ฟลีทวู้ด ทาวน์ ดึงมาร่วมทีมแบบไม่เปิดเผยค่าตัว และได้ลงทันทีในเกมเสมอ ยอร์ค ซิตี้ 0-0 กับที่นี่เขาจบฤดูด้วยการเป็นดาวซัลโวสูงสุดของลีก และได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม คอนเฟอเร้น เนชั่ลแนล ประจำเดือนพฤศจิกายน รวมสถิติ 36 นัด 31 ประตู

เลสเตอร์ ซิตี้

2012-2014
     วันที่ 17 พฤษภาคม 2012 วาร์ดี้ ย้ายมาร่วมทีม เลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 1.7 ล้านปอนด์ เป็นสถิติของนักเตะนอกลีก พร้อมเซ็นสัญญา 3 ปี
     วันที่ 14 สิงหาคม 2012 วาร์ดี้ เปิดฉากเกมแรกในนัดพบ ทอร์คีย์ ยูไนเต็ด ในถ้วย ลีก คัพ และทำประตูปิดท้ายให้ทีมชนะ 4-0 ฟอร์มของเขาร่วงจนน่าตกอกตกใจ จนถูกแฟนคลับ วิจารณ์ แม้กระนั้นผู้จัดการทีม ไนเจล เพียร์สสัน ยังวางใจเขาต่อไป
     ฤดูต่อมา วาร์ดี้ กลับคืนฟอร์มยิงกระจาย พร้อมจบที่ 16 ประตู พาทีมเลื่อนชั้นพรีเมียร์ ลีก ในฐานะแชมป์แชมเปี้ยนชิพ

2014-15
     วันที่ 19 สิงหาคม 2014 วาร์ดี้ ขยายสัญญาของเขาไปถึงปี 2018
     วันที่ 21 กันยายน วาร์ดี้ ยิงประตูแรกในพรีเมียร์ ลีก และทำให้ทีมได้สองจุดโทษ พาทีมถล่ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เละเทะ 5-3

2015-16

          วาร์ดี้ ออกสตาร์ทฤดู 2015-16 ได้โดยการยิงประตูเปิดหัวให้เลสเตอร์ เปิดบ้านชนะซันเดอร์แลนด์ไป 4-2 ตอนวันที่ 8 สิงหาคม 2015 ยิงประตูตีเสมอในเกมที่ "จิ้งจอกสยาม" พลิกแซงชนะแอสตัน วิลล่า 3-2 ช่วงวันที่ 13 กันยายน และจากเกมที่แพ้อาร์เซนอลไป 2-5 วาร์ดี้ก็ทำประตูในลีกไปแล้วถึง 7 ลูก เทียบเท่ากับที่เขาทำไว้เมื่อปีก่อน

          เขาทำประตูโทนในเกมที่เอาชนะคริสตัล พาเลซ ช่วงวันที่ 24 ตุลาคม ซึ่งเป็นการยิงติดต่อกัน 7 นัดในลีก และเป็นประตูที่ 10 ของเจ้าตัวในซีซั่นนี้ ประตูที่ 8 มาตอนวันที่ 31 ตุลาคม และเปลี่ยนเป็นหนึ่งในสามนักเตะที่ยิงติดต่อกันได้ 8 นัด ต่อจากรุด ฟาน นิสเตลรอย (2 ครั้ง) และแดเนียล สเตอร์ริดจ์

          สัปดาห์ต่อมา เขาทำประตูชัยจากจุดโทษ พาทีมเอาชนะวัตฟอร์ด 2-1 ทำสถิติเป็นยิง 9 นัดติดต่อกัน ตามหลังนิสเตลรอยเพียงลูกเดียว จากการระเบิดฟอร์มอันสุดยอด ทำให้เขาได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนตุลาคม 2015 ไปครองแบบไร้ข้อกังขา
         และแล้ววาร์ดี้ ก็ทำสำเร็จจนได้ ยิงประตูเปิดหัวในเกมที่เอาชนะนิวคาสเซิล 3-0 ทำสถิติเทียบเท่ากับรุด ฟาน นิสเตลรอย ที่ 10 ประตู สัปดาห์หลังจากนั้นในเกมกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ทำประตูสร้างสถิติใหม่ให้ตัวเอง เป็นนักเตะที่ทำประตูติดต่อกันสูงสุดของพรีเมียร์ ลีก แซงหน้านิสเตลรอย แต่สุดท้ายก็หยุดสถิติดังที่กล่าวผ่านมาแล้วไว้ในเกมคว้าชัยเหนือสวอนซี 3-0 ซึ่งเขาไม่ได้ทำประตูในเกมดังที่กล่าวถึงแล้ว เกือบทำลายสถิติยิงประตูในลีกสูงสุดที่จิมมี่ ดันน์ ทำไว้ที่ 12 ประตู เมื่อปี 1931-32 และเขาก็ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมอีกที ประจำเดือนพฤศจิกายน เปลี่ยนเป็นนักเตะคนที่ 5 ที่ชนะรางวัลสองเดือนติดต่อกัน

ทีมชาติ

          วาร์ดี้ ถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษเป็นนัดแรก ตอนวันที่ 21 พฤษภาคม เพื่อให้ลงเล่นในเกมกระชับมิตรกับทีมชาติไอร์แลนด์ และศึกยูโร 2016 รอบคัดเลือก กับ สโลเวเนีย ลงเปิดฉากสนามนัดแรกตอนวันที่ 7 กรกฎาคม ในเกมที่เจ๊าโนสกอร์กับไอร์แลนด์ ที่สนามอาวีว่า สเตเดี้ยม กรุงดับลิน โดยถูกเปลี่ยนตัวลงสนามแทนกัปตันทีมอย่างเวย์น รูนีย์ ในช่วง 15 นาทีสุดท้าย และได้ถูกเรียกตัวรับใช้ชาติอีกทีช่วงวันที่ 30 สิงหาคม ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมที่ทีม "สิงโตคำราม" เอาชนะซาน มาริโน ไป 6-0

ประวัติ เจมี่ วาร์ดี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to top